กำเนิดสายพันธุ์ลุยสายโหดที่เกิดขึ้นจากการปฏิเสธและกรอบแนวคิดดั้งเดิม
ในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกนั้น มีรถยนต์น้อยคันมากที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความไม่ยินยอมพร้อมใจของนักธุรกิจ ตรวจสอบข้อมูล ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ตัดสินใจยุติการผลิตรถรุ่นคลาสสิก
นำมาสู่การรวมตัวกันของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบโครงสร้างรถยนต์ในฝัน Ineos Grenadier ที่เน้นความแข็งแกร่งและการใช้งานในสภาวะทุรกันดารเป็นหลัก แต่เป็นการสร้างเครื่องมือที่พร้อมสำหรับการทำงานหนักในทุกสภาพภูมิประเทศ
สมรภูมิหินแดงโมอับกับการทดสอบขีดจำกัดสูงสุดของสมรรถนะภาคสนาม
เพื่อเป็นการยืนยันว่ารถยนต์รุ่นนี้มีความสามารถตรงตามที่ระบุไว้ในคัมภีร์ทางเทคนิค บนเส้นทางออฟโรดระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำลายช่วงล่างของรถยนต์มานักต่อนัก โดยคำถามสำคัญคือรถยนต์ที่พึ่งส่งมอบจากโชว์รูมโดยไม่มีการดัดแปลงจะผ่านไปได้หรือไม่
องค์ประกอบที่ทำให้ยานยนต์คันนี้โดดเด่นเหนือกว่ารถอเนกประสงค์ทั่วไปประกอบด้วย ดั่งโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อความยั่งยืนของการใช้งาน
- ระบบต้นกำลังมาตรฐานสากล: การเลือกใช้เครื่องยนต์ขนาดสามจุดศูนย์ลิตรหกสูบแถวเรียงพร้อมระบบเทอร์โบชาร์จจากค่ายบีเอ็มดับเบิลยู
- สถาปัตยกรรมตัวถังและระบบช่วงล่าง: การติดตั้งระบบล็อกเฟืองท้ายหรือดิฟล็อกถึงสามจุดเพื่อการกระจายกำลังที่สมบูรณ์แบบ
- ปรัชญาการออกแบบซ่อมบำรุงง่าย: ชิ้นส่วนกันชนภายนอกที่แยกส่วนการเปลี่ยนชิ้นใหม่ได้ทันทีเมื่อเกิดความเสียหายเฉพาะจุด
การประเมินผลการขับขี่ในสถานการณ์จริงและสองทางเลือกที่ตอบโจทย์
จากการทดสอบไต่ระดับความชันบนพื้นผิวสัมผัสที่มีความเอียงเกือบสามสิบองศา สะท้อนให้เห็นถึงความแน่นหนาของการประกอบภายในโรงงานที่ได้มาตรฐานสูง
ทั้งนี้รถยนต์รุ่นดังกล่าวได้รับการเผยโฉมออกมาสองรูปแบบหลักเพื่อการใช้งานที่แตกต่าง ในขณะที่อีกรุ่นคือประเภทควอเตอร์มาสเตอร์ที่เป็นกระบะท้ายสำหรับบรรทุกอุปกรณ์แคมปิ้ง
ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อผู้ใช้งานที่แท้จริง
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารจะพบกับการออกแบบแผงควบคุมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เบาะนั่งแบรนด์ดังให้การโอบกระชับและลดความเมื่อยล้าจากการเดินทางไกล
สิ่งที่น่าสนใจคือการติดตั้งระบบนำทางออฟโรดเฉพาะตัวที่ไม่ต้องพึ่งพาสัญญาณโทรศัพท์